หาบริษัทรับทำบัญชี หาสำนักงานบัญชี หาสำนักงานกฎหมาย หาผู้ตรวจสอบบัญชี หาผู้ทำบัญชีฟรีแลนซ์ หาทนายความ หาคนรับจดทะเบียนบริษัท หาพนักงานบัญชี ลงประกาศรับสมัครงานบัญชี
ค้นหาสำนักงานบัญชีทั่วประเทศ ค้นหาสำนักงานกฎหมายทั่วประเทศ ค้นหาบริษัทรับทำบัญชี ค้นหาผู้รับทำบัญชี ค้นหาผู้สอบบัญชี ค้นหาทนายความ ประกาศรับสมัครงานบัญชี
ค้นหาสำนักงานบัญชีทั่วประเทศ ค้นหาสำนักงานกฎหมายทั่วประเทศ ค้นหาบริษัทรับทำบัญชี ค้นหาผู้รับทำบัญชี ค้นหาผู้สอบบัญชี ค้นหาทนายความ ประกาศรับสมัครงานบัญชี
รวมทุกๆเรื่องราวด้านบัญชีและกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็น สำนักงานบัญชี สำนักงานกฎหมาย ทนายความ ผู้สอบบัญชี ผู้ทำบัญชี วางระบบบัญชี บริการด้านจดทะเบียนบริษัท คอร์สอบรมบัญชี รับสมัครพนักงานบัญชี รวมไว้ที่นี่

Digital Transformation สำหรับนักบัญชีในยุคดิจิทัล

admin 07 กรกฎาคม 2024 1737 (บัญชี)
Digital Transformation สำหรับนักบัญชีในยุคดิจิทัล

      เชื่อว่าในช่วงที่ผ่านมานี้เพื่อน ๆ นักบัญชี ย่อมสัมผัสได้ถึงกระแสลมแห่งการเปลี่ยนแปลงจาก Digital Disruption และสภาวะเศรษฐกิจที่ได้รับผลจากการแพร่ระบาดของไวรัส ส่งผลให้ธุรกิจต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนที่เรียกว่า VUCA World ที่ต้องเจอทั้งความผันผวน (Volatility) ความไม่นอน (Uncertainty) ความซับซ้อน (Complexity) และความคลุมเครือ (Ambiguity) หลาย ๆ ธุรกิจปรับตัวเอาเทคโนโลยีมาช่วยในการทำงานทั้งการขาย การผลิต การสั่งซื้อ เพื่อให้รวดเร็ว ประหยัดต้นทุน หรือยกระดับธุรกิจและเปลี่ยนแปลงธุรกิจเพื่อทำงานแบบดิจิทัล เพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลงซึ่งต้องใช้ข้อมูลเพื่อการตัดสินใจที่รวดเร็ว ทันต่อเวลา หลาย ๆ เทคโนโลยีถูกพูดถึงและนำมาปรับใช้ทั้ง AI, Blockchain, Cloud และ Data Analytic หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่า ABCD เรากำลังเข้าสุ่ยุคของการปฏิวัติอุตสาหกรรม 4.0 ซึ่งส่งผลต่องานบัญชีแน่นอนมีคำถามมากมายเกี่ยวกับอนาคตการทำงานของนักบัญชีว่าควรจะปรับตัวอย่างไรในโลกที่เปลี่ยนตัวเองเร็วขึ้นทุกวัน และจะไม่มีวันช้าลงแบบนี้ ซึ่งเพื่อน ๆ นักบัญชีส่วนใหญ่ก็เห็นตรงกันว่าถึงเวลาต้องปรับตัวเข้าสู่ยุคดิจิทัลแล้ว และควรจะเริ่มต้นอย่างไร บทความนี้อยากจะมาแบ่งปันการเริ่มต้นในการทำ Digital Transformation สำหรับนักบัญชีในยุคดิจิทัลว่าต้องเริ่มที่จุดใดกันบ้างนะครับ

Digital Mindset
            เป็นทัศนคติที่จะช่วยในการปรับตัวในยุคดิจิทัล ถ้าเราหันกลับไปมองในชีวิตประจำวัน จะพบว่า คนใช้ชีวิตร่วมกับเทคโนโลยีในชีวิตประจำวันอย่างแยกกันไม่ออกแล้ว ทั้งการติดต่อสื่อสาร ดูหนัง ฟังเพลง ซื้อสินค้า และบริการ ทำธุรกรรมกับธนาคาร แม้กระทั่งการจ่ายภาษี ผ่านทางออนไลน์แอปพลิเคชันต่าง ๆ เพราะว่าเกิดความสะดวกขึ้นในการเข้าถึงและง่ายในการติดต่อหรือทำรายการ ดังนั้นหากนักบัญชีเราจะเปิดรับให้เทคโนโลยีเข้ามามีส่วนช่วยในการทำงานจึงไม่ใช่เรื่องยากและเป็นเรื่องใกล้ตัวที่นักบัญชีทุกคนสามารถทำได้ เมื่อได้เริ่มต้นช่วงแรกก็อาจไม่คุ้นเคยหรือไม่เคยชินไปบ้าง แต่เมื่อพบว่าการทำงานด้วยเทคโนโลยีหรือเครื่องมือดิจิทัล ทำให้เกิดความสะดวก รวดเร็ว และไม่ใช่เรื่องยาก ส่วนใหญ่จะมีช่วงให้ทดลองใช้งานตอนเริ่มต้น ก็จะเกิดความกล้าทดลองซึ่งจะสร้างทักษะในการเรียนรู้เครื่องมือใหม่ ๆ ทั้งในการติดต่อสื่อสารกับลูกค้าหรือทีมงานผ่านการประชุมออนไลน์ การทำงานผ่านโปรแกรมระบบบัญชีที่เป็นระบบ Cloud, การใช้ Digital Solution หรือ แอปพลิเคชันมาช่วยบริหารจัดการงานด้านต่าง ๆ เช่น การจัดสรรงาน การควบคุมความก้าวหน้าของงาน การบันทึกต้นทุนงานการวิเคราะห์ข้อมูลในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อตอบวัตถุประสงค์ของธุรกิจซึ่งเป็นประโยชน์ในการทำงานอย่างมาก สิ่งเหล่านี้จะช่วยเสริมสร้างทักษะในยุคดิจิทัล (Digital Skills) ซึ่งจะเป็นรูปแบบของการทำงานในอนาคตที่คนทำงานร่วมกับเทคโนโลยีอย่างแยกกันไม่ออก และเมื่อมีเทคโนโลยีใหม่ ๆเกิดขึ้นมาอีก ก็จะไม่ใช่เรื่องยากในการเรียนรู้ สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้ด้วยการเริ่มมี Digital Mindset ที่ดี

Culture of Innovation
            การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วก็เป็นอีกคุณลักษณะที่สำคัญอีกประการของโลกดิจิทัล ดังนั้นการยอมรับการเปลี่ยนแปลงและพร้อมพัฒนาอยู่เสมอ ด้วยการมีความสุขกับการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ก็จะช่วยให้การทำงานและปรับตัวในโลกดิจิทัลเป็นเรื่องสนุกและมีความสุขได้ การสร้างวัฒนธรรมในองค์กรให้เปิดกว้าง ให้มีการปรึกษาหารือแบบไม่เป็นทางการ เช่น การจัดให้มี Standup Meeting เพื่อให้ทีมงานทุกคนมีโอกาสแสดงความเห็น การรับฟังปัญหาเชิงลึกที่เกิดขึ้นจากการทำงาน การเปิดโอกาสให้ทีมงานเสนอแนวทางแก้ปัญหาและแนวคิดใหม่ ๆ ในการพัฒนางานที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาของธุรกิจ การจัดให้มีโครงการใหม่ ๆ ในการทดลองเพื่อทดสอบแนวคิด หรือที่เรียกว่า Sandbox ซึ่งสามารถจำกัดผลกระทบ เวลาและงบประมาณของการทดสอบได้ เป็นกล่องทรายให้ทดลองและเรียนรู้ที่จะผิดพลาดแล้วสามารถนำบทเรียนมาพัฒนางาน จะช่วยส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ในการแก้ปัญหาและสร้างนวัตกรรมในการทำงานได้ สิ่งเหล่านี้จะสามารถเปลี่ยนการทำงานที่เคร่งเครียด ให้เป็นความสนุกสนาน ท้าทายในการพัฒนาและเรียนรู้ด้วยแนวคิดที่เปิดกว้าง ทีมงานจะสามารถแสดงศักยภาพออกมาได้อย่างเต็มที่ หรือแม้กระทั่งเกิดข้อผิดพลาดก็จะเกิดความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาร่วมกัน อีกประการที่สำคัญคือการสื่อสารระหว่างหัวหน้างานและทีมงานอย่างสม่ำเสมอถึงการพัฒนางานและเป้าหมายขององค์กรก็จะช่วยส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทีมงาน ซึ่งจะช่วยให้องค์กรขับเคลื่อนในการ Transformation ไปทั้งองค์กรได้พร้อมกัน ด้วยวัฒนธรรมแบบเปิดกว้างในการทำงานที่จะรองรับการพัฒนาในยุคดิจิทัล

Digital Business Transformation and People Management
            เมื่อจะเริ่มกระบวนการ Digital Transformation นั้น เราปฏิเสธไม่ได้ว่า เทคโนโลยีคือองค์ประกอบที่สำคัญแต่ความจริง คือเทคโนโลยีไม่ใช่ทั้งหมดของการทำ Digital Transformation การก้าวข้ามจากรูปแบบการทำงานในปัจจุบันไปสู่ดิจิทัล จึงต้องผ่านสะพานที่ชื่อว่า Transformationซึ่งคือการทำความเข้าใจปัญหา อุปสรรค โอกาส และกลยุทธ์ของธุรกิจอย่างแท้จริงก่อน การทุ่มพัฒนาเทคโนโลยีโดยละทิ้งสิ่งเหล่านี้ จึงไม่ใช่ปลายทางของ Digital Transformation การเข้าใจต้นเหตุปัญหาและกลยุทธ์ของธุรกิจที่แท้จริงอย่างลึกซึ้ง (Insights) จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญ กุญแจความสำเร็จที่สำคัญของการทำ Digital Transformation คือการสร้างสมดุลระหว่างการทำเทคโนโลยีมาปรับใช้ การปรับกระบวนการทำงานใหม่เพื่อให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีและทิศทางของธุรกิจ และการพัฒนาทักษะของคนในองค์กรไปพร้อมกัน เพราะเทคโนโลยีอาจมาลดงานบางส่วนที่ทำด้วยคนลง เช่น

  • Optical Character Recognition (OCR) มาช่วยในการอ่านเอกสารทางบัญชีและแปลงเป็นไฟล์ข้อความเพื่อเตรียมพร้อมในการทำงานและบันทึกบัญชี
  • Artificial Intelligence (AI) มาช่วยในการบันทึกรายการทางบัญชีและใช้ดุลยพินิจเบื้องต้นในการแสดงและจัดประเภทรายการทางบัญชี
  • Robotic Process Automation (RPA) มาทำงานแทนคนในการบันทึก กระทบยอด ปรับปรุงรายการทางบัญชี

            ดังนั้น เมื่อเทคโนโลยีเริ่มเข้ามาทดแทนงานของคนลงบางส่วนแล้วแต่จะสังเกตได้ว่าเป็นงานในส่วนที่มีรูปแบบขั้นตอนที่ชัดเจน มีการทำซ้ำ (Routine) เท่านั้น ทักษะที่สำคัญของนักบัญชีที่เครื่องจักรยังไม่สามารถทำได้ ในการใช้ดุลยพินิจ (Judgement) ตีความรายการเพื่อปรับใช้มาตรฐานรายงานทางการเงินอย่างเหมาะสม การประเมินถึงหลักกฎหมายภาษีอากรในระดับเนื้อหาของรายการกับข้อเท็จจริงทางธุรกิจ การออกแบบระบบงานและเลือกเทคโนโลยีมาปรับใช้ที่สามารถแก้ไขปัญหาและพัฒนางาน (Solution) ด้วยความคิดสร้างสรรค์ การเลือกรูปแบบในการวิเคราะห์ข้อมูลที่สำคัญต่อกลยุทธ์ธุรกิจ การติดต่อสื่อสารและการทำงานเป็นทีม จะเป็นศิลปะในการทำงานที่มีคุณค่าอย่างมากในยุคดิจิทัล การยกระดับทักษะของนักบัญชีเหล่านี้จะช่วยให้นักบัญชีในยุคดิจิทัลสามารถเพิ่มและขยายคุณค่าในการขึ้นมายืนเคียงข้างธุรกิจเพื่อสามารถเป็นที่ปรึกษาหรือเป็นคู่คิดในการกำหนดทิศทางและขับเคลื่อนธุรกิจให้ประสบความสำเร็จด้วยความเชี่ยวชาญทางวิชาชีพได้ สิ่งเหล่านี้นอกจากช่วยให้นักบัญชีที่ปฏิบัติงานในองค์กรสามารถยกระดับทักษะในการทำงานและประสิทธิภาพการทำงานของทีมงานและองค์กรให้สูงขึ้นได้แล้ว นักบัญชีที่เป็นสำนักงานบัญชียังสามารถยกระดับการให้บริการ พัฒนาทีมงานซึ่งช่วยให้เพิ่มรูปแบบของบริการและค่าบริการวิชาชีพ เนื่องจากสามารถตอบสนองความคาดหวังในการสนับสนุนธุรกิจของลูกค้าได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย

            จากที่กล่าวมาข้างต้นนี้จะเห็นได้ว่า Digital เป็นทางรอดไม่ใช่แค่ทางเลือกอีกต่อไป การ Transformation จึงเป็นสะพานพาไปสู่เป้าหมายคือการเปลี่ยนแปลงเพื่อความสำเร็จในรูปแบบใหม่ขององค์กรและธุรกิจในอนาคตของนักบัญชี ท้ายนี้ขอเป็นกำลังใจให้เพื่อน ๆ นักบัญชีฝ่าคลื่น Disruption นี้ไปพร้อมกัน สามารถเริ่มต้นกระบวนการ Digital Transformation งานบัญชี เพื่อให้การทำงานบัญชีมีความสุขและมีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้นด้วยการปรับรูปแบบการทำงานในยุคดิจิทัลนะครับ


ขอบคุณข้อมูลดีดีๆ จาก สภาวิชาชีพบัญชี  https://www.tfac.or.th/

แชร์ข้อมูลนี้ให้เพื่อนของคุณสิ
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัวและคุกกี้