เตรียมรับมือ! การปรับเพดาน #ประกันสังคม ม.33: จ่ายเพิ่มเพื่อสิทธิประโยชน์ที่สูงขึ้น
« เมื่อ: 27 พ.ย 2568 เวลา 11:04:51 น. » อ่าน: 107
เตรียมรับมือ! การปรับเพดาน #ประกันสังคม ม.33: จ่ายเพิ่มเพื่อสิทธิประโยชน์ที่สูงขึ้น
ในฐานะนักบัญชี ผมขอสรุปประเด็นสำคัญที่ผู้ประกันตนและเจ้าของธุรกิจต้องเตรียมรับมือ เกี่ยวกับการปรับเพดานค่าจ้างสูงสุดในการคำนวณเงินสมทบกองทุนประกันสังคม มาตรา 33
สำหรับผู้ประกันตน ม.33
กองทุนประกันสังคมเตรียม ปรับเพดานค่าจ้างใหม่ จากเดิมสูงสุด 15,000 บาท เป็น 17,500 – 23,000 บาท ทำให้ผู้ประกันตนต้องจ่ายเงินสมทบเพิ่มเป็น 845 – 1,150 บาทต่อเดือน แต่แลกกับสิทธิประโยชน์ที่มากขึ้น ทั้ง เงินบำนาญ เงินทดแทนกรณีเจ็บป่วย คลอดบุตร ทุพพลภาพ ว่างงาน และเสียชีวิต
สรุปการปรับเพดานและสิทธิประโยชน์ :
ปี 2569-2571 – ค่าจ้าง 17,500 บาท
* เงินสมทบสูงสุด 875 บาท/เดือน
* เจ็บป่วย 8,750 บาท/เดือน
* คลอดบุตร 26,250 บาท/ครั้ง
* ทุพพลภาพ 8,750 บาท/เดือน
* เสียชีวิต 105,000 บาท
* ว่างงาน 8,750 บาท/เดือน
* บำนาญ 15 ปี = 3,500 บาท/เดือน, 25 ปี = 6,125 บาท/เดือน
ปี 2572-2574 – ค่าจ้าง 20,000 บาท
* เงินสมทบสูงสุด 1,000 บาท/เดือน
* เจ็บป่วย 10,000 บาท/เดือน
* คลอดบุตร 30,000 บาท/ครั้ง
* ทุพพลภาพ 10,000 บาท/เดือน
* เสียชีวิต 120,000 บาท
* ว่างงาน 10,000 บาท/เดือน
* บำนาญ 15 ปี = 4,000 บาท/เดือน, 25 ปี = 7,000 บาท/เดือน
ปี 2575 เป็นต้นไป – ค่าจ้าง 23,000 บาท
* เงินสมทบสูงสุด 1,150 บาท/เดือน
* เจ็บป่วย 11,500 บาท/เดือน
* คลอดบุตร 34,500 บาท/ครั้ง
* ทุพพลภาพ 11,500 บาท/เดือน
* เสียชีวิต 138,000 บาท
* ว่างงาน 11,500 บาท/เดือน
* บำนาญ 15 ปี = 4,600 บาท/เดือน, 25 ปี = 8,050 บาท/เดือน
สรุป : จ่ายเพิ่ม แต่สิทธิประโยชน์คุ้มค่า เตรียมตัววางแผนการเงินและรับประโยชน์สูงสุดจากประกันสังคมได้เลย!
ข้อแนะนำจากนักบัญชี: การปรับเพดานครั้งนี้คือความจำเป็นเพื่อให้กองทุนมีความยั่งยืนและสอดคล้องกับค่าครองชีพที่สูงขึ้น ทั้งลูกจ้างและนายจ้างควรเตรียมพร้อมด้านการเงิน และมองว่าเงินที่จ่ายเพิ่มนี้คือ การลงทุนในหลักประกันความมั่นคง ที่จะคุ้มค่าเมื่อถึงยามจำเป็นและวัยเกษียณ