หาบริษัทรับทำบัญชี หาสำนักงานบัญชี หาสำนักงานกฎหมาย หาผู้ตรวจสอบบัญชี หาผู้ทำบัญชีฟรีแลนซ์ หาทนายความ หาคนรับจดทะเบียนบริษัท หาพนักงานบัญชี ลงประกาศรับสมัครงานบัญชี
ค้นหาสำนักงานบัญชีทั่วประเทศ ค้นหาสำนักงานกฎหมายทั่วประเทศ ค้นหาบริษัทรับทำบัญชี ค้นหาผู้รับทำบัญชี ค้นหาผู้สอบบัญชี ค้นหาทนายความ ประกาศรับสมัครงานบัญชี
ค้นหาสำนักงานบัญชีทั่วประเทศ ค้นหาสำนักงานกฎหมายทั่วประเทศ ค้นหาบริษัทรับทำบัญชี ค้นหาผู้รับทำบัญชี ค้นหาผู้สอบบัญชี ค้นหาทนายความ ประกาศรับสมัครงานบัญชี
รวมทุกๆเรื่องราวด้านบัญชีและกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็น สำนักงานบัญชี สำนักงานกฎหมาย ทนายความ ผู้สอบบัญชี ผู้ทำบัญชี วางระบบบัญชี บริการด้านจดทะเบียนบริษัท คอร์สอบรมบัญชี รับสมัครพนักงานบัญชี รวมไว้ที่นี่
ข่าวบริษัทสอบบัญชีรายใหญ่แจ้งปลดพนักงานออกกว่า 400 ราย
# รายการ
admin
ผู้ดูแลระบบ
ข่าวบริษัทสอบบัญชีรายใหญ่แจ้งปลดพนักงานออกกว่า 400 ราย
« เมื่อ: 28 พ.ค 2569 เวลา 16:40:05 น. » อ่าน: 16

ข่าวบริษัทสอบบัญชีรายใหญ่แจ้งปลดพนักงานออกกว่า 400 ราย อีก 1 สัญญาณที่บอกว่า AI กำลังขยับมาใกล้ที่ทำงานทุกแขนงเร็วกว่าที่คิด
ล่าสุดมีข่าวใหญ่ในวงการที่น่าสนใจมาก เมื่อบริษัทตรวจสอบบัญชีและที่ปรึกษาระดับโลก หรือเรามักจะเรียก BIG4 หรือ 4 จตุรเทพแห่งการสอบบัญชี (อันหลังตั้งเองครับ 555) 1 ใน นั้นคือ KPMG มีการประกาศปลดพนักงานออกกว่า 400 คน โดยสาเหตุหลักส่วนหนึ่งมาจากการนำเทคโนโลยี "AI" เข้ามาใช้งานทดแทน และปรับโครงสร้างให้สอดคล้องกับธุรกิจที่เปลี่ยนไปครับ
เรื่องนี้สะท้อนอะไรให้เราเห็น?
สมัยก่อนเอาแค่ ณ เวลายุคตอนผมเรียนนี่แหละ คณะบัญชีจะถูกได้ยินเสมอว่า "เรียนจบไปยังไงก็มีงานทำ" เพราะทุกที่ยังไงต้องมีบัญชี ซึ่งมันก็แสดงถึง "ความมั่นคงสุดๆ" ใช่ไหมครับ แต่วันนี้ภาพมันกำลังเปลี่ยนไป เทคโนโลยีพัฒนาไปไวมาก งานที่เป็นลักษณะรูทีน งานตรวจเอกสาร หรืองานวิเคราะห์ข้อมูลเบื้องต้น AI เริ่มทำได้รวดเร็วและแม่นยำกว่าคนแล้วครับ
แล้วอะไรทำให้เป็นแบบนั้นล่ะ มาลองวิเคราะห์ดังนี้ครับ (จากความเห็นส่วนตัวและสิ่งที่ผมทดลองนะครับ)
1. ความฉลาดและความเร็วในการเรียนรู้
ไม่ได้บอกว่าคนไม่ฉลาดนะครับ ฉลาดเลยล่ะ แต่เทียบในช่วงเวลาในการเรียนรู้นี่ AI เร็วกว่ามากเลยครับ แถมเติมได้เรื่อยๆอีก ซึ่งอันนี้จากที่ลองใช้เอง ยอมรับตรงๆว่า มันเป็นเช่นนั้นจริงๆ
2. ความสู้งาน และการรับคำสั่ง
มนุษย์เนี่ย ไม่ว่าคุณจะเก่งแค่ไหน สุดท้ายมันต้องมีวันเหนื่อยล้าครับ สวนทางกับระบบ AI ที่ไม่ว่าเราจะสั่งงานแบบไหน เหนื่อยก็ไม่มีเหนื่อย เมื่อยก็ไม่มีเมื่อย มันจะบอกว่า "ได้ครับจารย์" เสมอเมื่อเธอสนอง อย่างไรก็ตามขึ้นอยู่กับแรงเงินที่เราเปย์ให้เค้าด้วยนะ เพราะมันจะมีลิมิตเรื่อง เงินครับ 555
3. Cost and benefit
ใช่ครับ พูดถึงนักบัญชีที่ดูเรื่องเงินและความคุ้มค่า เราลองมาคิดเล่นๆนะครับ
หากเรามีเงิน 15,000 บาท/เดือน เราสามารถจ้างมนุษย์ ที่จบใหม่ มาช่วยทำบัญชีโดยกว่าเค้าจะเก่งก็ใช้เวลาฝึกประสบการณ์ฝึกฝน เกิดข้อผิดพลาดอีกมากมาย และสุดท้ายอาจอยู่กับเราไม่ได้นานอีก แต่ถ้าอยู่ต่อได้นานๆ แน่นอนครับ คน 1 คนไม่สามารถทำอะไรได้ครบถ้วนขนาดนั้น มันยังต้องมี Limit ของตัวเอง ยิ่งรุ่นใหม่ๆนี่คือ พ้นช่วงเวลาทำงานไป เค้ารักษาสิทธิ์เต็มที่ ไลน์ไม่ตอบ โทรไม่รับเลยครับ แต่ถูกต้องแล้วนะ เป็นสิทธิของเค้าครับ แต่.....
ในขณะที่ 15,000 บาท/เดือน ผมสามารถ Subscibe Cluade ตัว Max 200เหรียญ (ประมาณ 6,400 บาท) Chatgpt แบบ Max อีก 200 เหรียญเลยอ่ะ (อีก 6,400 บาท) แล้วแถมด้วย Gemini Ultra อีก 100 เหรียญ (ประมาณ 3,200 บาท) คุณครับ ผมได้คลังแสงสุดยอดของเทพ AI 3 ตัวมารวมกัน แล้วมันจะช่วยงานผมได้แบบ 24/7 ทุกตำแหน่งที่เราต้องการได้ แทนคนได้อาจจะถึง 10 คน ในต้นทุนเท่านั้น แม้จะต้องใช้เวลาอีกนิดหน่อยเพื่อเข้าใจและสร้างสรรค์มันขึ้นมา พี่ครับคุ้มมั้ยล่ะ
แถมหากเราตั้งคำสั่งเอาไว้ที่ชัดเจนพอ ขณะที่เรานอนหลับ ทำกิจกรรมอื่น เล่นกีฬา ตีกอล์ฟ คุยงานบลาๆๆ เรายังมีผู้ช่วยคอยสั่งงานและทำงงานแทนเราได้อยู่อีกด้วย แบบรู้งานนะไม่หลอน
4.Solution ง่ายที่ปลายนิ้ว
เอาจริงๆ ระบบ AI ไม่ได้น่ากลัวที่แค่ ถามตอบเร็ว แต่มันสามารถสร้างเป็น "ระบบ" ที่เป็นระบบจริงๆได้ครับ ซึ่งนี่ผมบอกเลย SME ได้เปรียบกว่าแน่นอน
เพราะจากข้อ 3 ที่บอกไป ว่า Cost and benefit ที่เราสามารถทำได้ สิ่งสำคัญคือ เรื่องความคล่องตัวและรวดเร็วครับ SME เนี่ยแหละตัวเดินเครื่องได้เร็วกว่าบริษัทใหญ่แน่นอน เพราะบริษัทใหญ่กว่าจะเคลื่อนตัว ต้องผ่านอะไรเยอะแยะ กลัวข้อมูลลับรั่วไหล ต้องทำให้ดีบลาๆๆ ซึ่งสิ่งที่น่ากลัว คือ Coding ครับ
ผมบอกได้เลย ผมรักมันมากครับ ปัจจุบัน ผมใช้ AI Coding สร้างอะไรหลายอย่างให้องค์กรตัวเองใช้งานไม่ว่าจะเป็น ระบบบริหารสำนักงานบัญชี ระบบคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ระบบบันทึกบัญชีรับ-จ่าย
แถมตอนนี้กำลังปล่อยอีกตัวคือ ระบบบัญชี ERP มาทดแทนลูกค้าที่ใช้ระบบบัญชีดั้งเดิม (ไม่บอกว่าโบราณนะ 5555) ที่เค้าใช้มากว่า 20 ปี โดยเน้นไปที่การ Import ผสมผสานกับระบบ Automation อีก และอีกเยอะครับ
ซึ่งบอกได้เลย ว่า อันนี้ได้ผมพร้อมลงทุน เพื่อสร้าง Solution ใหม่ให้ลูกค้าได้ทันที ในราคาที่คุ้ม และคนทที่ทำคือหลักหน่วย (หลักๆคือผมนี่แหละ 555)
สิ่งเหล่านี้ตอกย้ำความจริงข้อหนึ่งในยุคนี้เลยครับว่า "ความมั่นคงไม่ได้อยู่ที่ตัวบริษัท แต่อยู่ที่ความสามารถในการปรับตัวของเรา"
แต่ก็ยังมีทักษะไม่ว่าอย่างไร ณ เวลานี้ AI ก็ยังทำแทนไม่ได้ เช่น การสื่อสารเชิงลึก หลายครั้งกฎหมายนี่เพี้ยนเละ เรายังต้องตรวจครับ การเจรจาต่อรอง
รวมไปถึงความเห็นอกเห็นใจ (Empathy) ซึ่งสุดท้ายเรายังต้องทำงานกับมนุษย์ และลูกค้ายังอยากคุยกับมนุษย์ตัวเป็นๆอยู่ครับ
แต่ทักษะกลุ่มงานซ้ำๆ Routine อันนี้บอกได้เลยค่อนข้างลำบากครับ
การ Upskill จะเป็นเกราะป้องกันให้เราในยุคปัจจุบันและเพื่ออนาคตครับ .
ซึ่งหลังปิดงบ ผมเตรียมเนื้อหาเพื่อจัดหลักสูตรแบบฟรีๆ ให้กับพี่ที่สนใจเรื่องนี้อยู่ คิดอยู่ว่าอยากเรียนแบบออนไลน์หรือเจอตัวดี คอมเมนต์ลงมาได้เลยนะครับ
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัวและคุกกี้